เธอคลอดลูกสาวติดกัน 6 คน พ่อแม่อายจนไม่กล้าไปสู้หน้าใคร หลายสิบปีผ่านไปหน้าบ้านก็มีรถหรูจอดอยู่ 6 คัน!

สาระน่ารู้

เราไม่รู้เลยว่าพวกเรา 6 คนพี่น้อง 6 ใบเถาใช้ชีวิตผ่านกันมาได้ยังไง เราเป็นลูกสาวคนโต เราได้เห็นกับตาว่าเพื่อที่จะมีลูกชายไว้สืบทอดตระกูล พ่อแม่พยายามกันแค่ไหน แต่จนแล้วจนรอด กลับมีแต่ลูกสาวถึง 6 คน…

พ่อหน้าดำคร่ำเคร่งขึ้นทุกวัน ส่วนแม่ก็หน้าซีดลงทุกวัน แต่ก็ยังไม่มีลูกชายสักที! คุณย่าเห็นอย่างนั้นก็เลยบอกว่า : “ซงเหอไม่ต้องมีลูกแล้ว ลูกสาวก็ลูกสาว สมัยนี้มีลูกสาวก็ไม่ต่างจากลูกชาย ถ้าลูกสาว 3 คนเท่ากับลูกชาย 1 คนงั้นบ้านเราก็มีลูกชาย 2 คนแล้วไม่ใช่หรอ?”

พ่อดูดบุหรี่ไปมองหน้าย่าไป ไม่พูดอะไร


(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

เมื่อลูกสาว 6 คนต้องไปโรงเรียน กลับมาบ้านก็ต้องกินข้าว ต้องใส่เสื้อผ้า ต้องมีชีวิต ในหมู่บ้านเล็กๆที่ไม่รู้จะไปหาเงินมาจากไหน ความลำบากของพ่อแม่ก็ไม่ยากเกินจะจินตนาการ พ่อเป็นคนมีความยืดหยุ่น ท่านไม่ได้ทำไร่ไถนามาตั้งแต่แรก พ่อไปขุดคูสองทั้งสองฝั่งของถนนเข้าหมู่บ้าน เวลาไม่มีอะไรทำก็ไปตกปลาที่นั่น สมัยนี้คนในเมืองชอบกินของสดๆ ปลาในแม่น้ำราคาดีกว่าปลาเลี้ยง 3-4 เท่า บ้านเรา 10 ชีวิต ด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของพ่อกับแม่ ก็สามารถผ่านมาได้

ชีวิตจะดีหรือลำบากไม่เกี่ยวอะไรกับแนวคิดการมีลูกชายของชาวบ้าน เศรษฐีในหมู่บ้านเจ้าของคฤหาสน์ใหญ่ ขับรถหรู แต่ก็ไม่มีลูกชายเหมือนกัน ทำให้มีเสียงเยาะเย้ยถากถาง : “มีเงินมากมายแต่ไม่มีลูกชายแล้วจะเก็บไว้ให้ใคร ให้ลูกสาวหรอ?”

“บ้านตั้งใหญ่โต แต่อีกหน่อยก็เหลือแค่สองตายาย คิดแล้วก็น้ำตาคลอ…” เวลาพ่อแม่เราออกไปข้างนอกแทบจะต้องเดินก้มหน้าตลอดเวลา ผู้คนต่างนินทากันลับหลังว่า : “ป่านนี้ยังไม่มีลูกชายอีก จะเหนื่อยไปทำไป ไม่มีลูกชาย…”

ในสังคมนี้ ไม่มีลูกชายจะตายหรือยังไง? ใช่ สำหรับคนรุ่นก่อนแล้ว มีลูกชายโง่ๆสักคน ยังดีกว่ามีลูกสาวเก่งๆ 10 คน เพราะลูกชายเป็นลูกของตัวเอง ส่วนลูกสาวอีกหน่อยก็ต้องแต่งเข้าบ้านคนอื่น


(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

หลายปีมานี้พ่อแม่ไม่สามารถยืดอกมองใครได้ พวกเรา 6 คนพี่น้องก็เหมือนกัน แม่บอกพวกเราว่า : “มีลูกชายถือเป็นโชค ไม่มีก็ถือเป็นโชคชะตา แม่อยากให้พวกเจ้าทุกคนพยายาม ตั้งใจเรียนหนังสือ โตขึ้นก็ไปทำงานในเมือง ไปมีชีวิต คนในเมืองไม่ค่อยแคร์เรื่องลูกสาวลูกชาย พ่อแม่อยู่กับลูกสาวก็ได้ ลูกชายก็ได้ พวกเจ้าล้วนเป็นเด็กผู้หญิง อีกหน่อยต้องลำบากและทรมานกับการคลอดลูก แต่ถ้าเจ้ามีชีวิตเป็นของตัวเอง มีอิสระทางการเงิน จะมีลูกสาวหรือลูกชายก็ไม่เป็นไร…”

พวกเรา 6 คนพี่น้องที่อายุห่างกันแค่คนละปีฟังแล้วก็น้ำตาไหล กอดแม่ร้องไห้กลม พวกเราทุกคนสัญญากันในใจว่าจะตั้งใจเรียน จะเรียนให้เก่งกว่าเด็กผู้ชายในโรงเรียน ทำนาทำไร่ พวกเราก็ไม่หวั่น ต้องทำให้เก่งกว่าพวกผู้ชาย! พ่อแม่เห็นอย่างนั้นก็ภูมิใจ แม้ว่าพ่อปากจะยังบอกว่าอยากได้ลูกชาย แต่เราดูออกว่าในใจพ่อภูมิใจ

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

เราเป็นคนแรกในบ้านที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และเป็นคนแรกในหมู่บ้านที่สอบวัดระดับในเมืองได้เป็นที่ 1 ด้วย คนในหมู่บ้านมากมายไม่ว่าชายหรือหญิงเด็กหรือคนแก่มารวมตัวกันที่บ้านเรา ต่างพูดกันว่า : “ดูเลย ต้องเรียนให้เก่งเหมือนชุนฮวา สอบได้เป็นที่หนึ่งของเมืองเลย เยี่ยมจริงๆ”

“ซงเหอ ลูกสาวเธอเก่งจริงๆ อย่างนี้มีลูกสาวก็พอแล้ว ลูกชายฉันนะมหาวิทยาลัยยังเข้าไม่ได้เลย”

“ลูกสาวดีแล้วยังไง อีกหน่อยก็ต้องแต่งออกไปอยู่บ้านคนอื่นอยู่ดี”

ต่างคนต่างพูดกันไปต่างๆนานา เราไม่สนใจ แค่พ่อแม่ดีใจก็พอ แค่พอโตแล้วสามารถดูแลพ่อแม่ได้ ไม่ว่าคนอื่นจะว่ายังไง เราไม่สนใจทั้งนั้น ตอนเราอยู่ปี 2 น้องสาวคนที่ 2 ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แล้วจากนั้นก็ทยอยกันสอบเข้าได้ทุกคนยกเว้นน้องคนสุดท้อง พ่อที่หน้าดำคร่ำเคร่งมาโดยตลอดในที่สุดก็ยิ้มได้ ส่วนแม่จากหน้าซีดๆก็มีสีซะที พ่อแม่ยิ่งพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสียพวกเราเรียนมหาวิทยาลัย แถมเพื่อครอบครัวพ่อยังเลิกสูบบุหรี่หลังจากติดมาหลายปี แม่เองหลังจากไม่ได้ซื้อเสื้อมานานก็ซื้อใหม่แล้ว…

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

ตรุษจีนปีที่แล้ว พวกเรา 6 คนพี่น้องทำงานกันที่เมืองต่างๆตกลงนัดกัน จะกลับบ้านไปฉลองตรุษจีนด้วยกัน เราพาสามีและลูกชายขับรถกลับไปด้วย น้องคนที่สองก็แต่งงานแล้ว ขับรถกลับมากับสามีเหมือนกัน วันต่อมาน้องคนที่ 3, 4, 5 ก็ทยอยกันขับรถกลับมาบ้านด้วย สนามหญ้าหน้าบ้านของบ้านเรา ก็เลยเต็มไปด้วยรถหรู

“ทำไมน้องเล็กยังไม่กลับมาล่ะแม่” เราถามแม่

“น้องบอกว่ายุ่งมาก แกเปิดบริษัทค้ากับเมืองนอกเองในเมือง ทำธุรกิจกับพวกประเทศอาหรับ” แม่เล่าให้เราฟัง

“ปี๊นๆๆ” รถหรูคันหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา เราเห็นน้องเล็กนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับโบกมือให้ “เจ้ เอารถเก่าๆของเจ้หลบไป ไม่งั้นหนูชนนะ!”

“มาได้ซะที” เราโบกมือทักทาย แล้วเดินตรงไปหา : “ทำไมเพิ่งมาเนี่ย”

“เหนื่อยน่ะสิเจ้ เมื่อคืนเพิ่งกลับมาจากอิหร่านเอง คอนเทนเนอร์ 10 กว่าตู้รอให้บรรจุของ ยุ่งจนจะไม่มีเวลาหายใจแล้ว”

“งั้นลงมาพักเร็ว”

หน้าบ้านมีญาติๆมากมายมายืนออกัน พวกเขาพากันวิพากษ์วิจารณ์ ยืดคอยื่นหน้าเข้ามาดูพลางว่า : “พวกเอ็งดู ลูกสาว 6 คน รถหรู 6 คัน”

“รู้อย่างนี้มีลูกสาวเก่งๆแบบนี้ดีกว่า ได้ยินว่าสามีของชุนฮวาเป็นเถ้าแก่ใหญ่ด้วย”

“นั่นน่ะสิ ลูกชายที่บ้าน 3 คน ยังหาเมียไม่ได้สักคนทำยังไงดีเนี่ย”

“ยังไม่แต่งแล้วยังไง ลูกชายคนโตฉันนะ เมื่อปีก่อนก็กลับมาขอเงิน บอกว่าจะเอาไปซื้อบ้านในเมือง มีบ้านถึงจะหาเมียได้ แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปให้ น้องชายอีกสองคนของมันเอาไปใช้จนหมดแล้ว พอไม่มีเงินให้ มันก็หายหัวไปไม่โผล่มาให้เห็นหน้าอีกเลย”

ครอบครัวเรา 10 กว่าคนนั่งคุยกันให้ห้องรับแขก ปู่กับย่ายิ้มหน้าบานมองพวกเรา แม่พูดเก่งสุด พ่อก็ยังทำหน้าเหมือนเดิม ไม่พูดอะไร แต่มองดูพวกเราด้วยสายตาภาคภูมิใจ แต่ฉันสังเกตเห็นว่า พอนั่งหลังตรงมองพวกเรา ไม่ก้มหน้าอีกต่อไป แล้วตอนที่พวกเราไม่สังเกต พ่อก็จะแอบยิ้ม…

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *